logo
  • Sukhumvit 39, Open Daily 11am - 8pm
  • Call Center 096 - 334 - 9099 , 092 - 983 - 1969

ดูดไขมัน (BODY JET)

เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังน้ำในการช่วยกำจัดเซลล์ไขมัน หรือดูดไขมัน ด้วยเทคนิคการฉีดพ่นน้ำเป็นรูปแบบพัด (Fan Shape) เพื่อแยกชั้นไขมันออกจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเส้นประสาทและเส้นเลือดให้ได้รับผลกระทบที่น้อยที่สุด มีความปลอดภัยสูงและในขณะที่ดูดไขมัน จะดูดออกมาพร้อมกับการพ่นน้ำ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของเซลล์ไขมัน และสามารถนำเซลล์ไขมันมาปลูกถ่าย (Fat Transfer) เพื่อเติมเต็มในส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น ใบหน้า หน้าอก สะโพก เป็นต้น

ข้อดีของการพ่นน้ำในระหว่างขั้นตอน Suction

– ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออื่นๆ รวมถึงเส้นประสาทและหลอดเลือด ทำให้เสียเลือดในปริมาณนน้อยประมาณ 1-2 %
– ช่วยรักษารูปร่างของเซลล์ไขมัน ให้มีคุณภาพที่ดีอยู่

จุดเด่นของ Body Jet

  1. ไม่อันตราย ไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ
  2. สามารถกำจัดเซลล์ไขมันได้ไม่จำกัด
  3. เสียเลือดในปริมาณน้อย
  4. สามารถกำจัดส่วนเกินที่ไม่ต้องการ และนำใช้เป็น Fat Transfer ในเติมเต็มส่วนต่างๆของร่างกายได้
  5. ผลการทำ Fat Transfer อยู่ได้นานกว่าการฉีด Filler ทั่วไป
  6. ผลการทำ Fat Transfer ไม่มีการแพ้ เสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อย เนื่องจากเป็นไขมันของตัวเอง และเครื่อง Body Jet เป็นระบบปิดเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้น้อย

การเตรียมตัวก่อนทำการดูดไขมัน

1.ก่อนเข้ามารับการรักษควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ เพื่อได้รับก่อนซักประวัติเกี่ยวกับโรคประจำตัว และอาการแพ้ยา
2.ควรหยุดรับประทานวิตามินต่างๆ หรือยาบางชนิดที่แพทย์สั่งให้หยุดก่อนการทำการผ่าตัด 2 สัปดาห์ หรือตามดุลยพินิจของแพทย์
3.ก่อนเข้ารับการรักษาจำเป็นต้องตรวจร่างกายก่อนทำการรักษา รวมถึงการตรวจ Anti-HIV, CBC, Blood Sugar, Lipid Profile, Bun, Creatinine, PT, PTT, Hepatitis B
4.กรณีเสริมหน้าอก ด้วยไขมันตัวเอง ให้เพิ่มการตรวจ มะเร็งเต้านม ด้วยเครื่อง Mammogram / Ultrasound
5.ในวันที่เข้ารับการบริการ ควรรับประทานอาหารก่อนให้เรียบร้อย

การปฏิบัติตนหลังการทำการดูดไขมัน

  1. หลังจากการดูดไขมัน อาจจะมีอาการปวดระบมเล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน แต่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน
  2. หลังจากการดูดไขมันเรียบร้อย หากทางแพทย์จะจ่ายยาสำหรับรับประทานให้ ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
  3. หลังจากการดูดไขมัน ในบริเวณที่ได้รับการผ่าตัดอาจจะมีน้ำซึมออกมาจากแผลเล็กน้อย ประมาณช่วง 3 วันแรกหลังได้รับการผ่าตัด หากมีน้ำซึมออกมาเต็มบริเวณผ้าปิดแผล ควรจะเปลี่ยนผ้าพันแผลใหม่ หรือควรเปลี่ยนผ้าปิดแผลใหม่อย่างน้อย 1-2 ครั้ง/วัน
  4. ห้ามให้แผลที่ได้รับการผ่าตัดโดนน้ำเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากได้รับการผ่าตัด
  5. เมื่อผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ ควรเข้ามาให้แพทย์ผู้ให้บริการติดตามผล และเข้ารับการตัดใหม่เย็บแผล
  6. ควรใส่ Support รัด ในตำแหน่งที่ได้รับการผ่าตัด ตลอดเวลา ยกเว้นเวลาอาบน้ำ และใส่ Support ในตำแหน่งนั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน
  7. แนะนำให้ทำเครื่องมือยกกระชับผิว ในกลุ่มคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) หลังจากการผ่าตัดผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ และสามารถทำได้บ่อย 1 ครั้ง/สัปดาห์
  8. หากต้องการทำเครื่องมือกลุ่มวิทยุ (Radio Frequency) ที่ทำงานร่วมกับแรงดูด (Vacuum) สามารถทำได้เมื่อผ่านการผ่าตัดไปแล้ว 1 เดือน
  9. หากในกรณีผู้ป่วยที่นำไขมันทีได้การจากดูดไขมันมาเติมในส่วนต่างๆของร่างกาย ในบริเวณที่นำไขมันมาเติมไม่ควรได้รับการกด บีบ หรือรัด ใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากจะทำให้เซลล์ไขมันที่เติมไปนั้นตายได้ ส่งผลให้ในส่วนที่เติมไปแฟบลดลงได้

หมายเหตุ : การทำการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ในบริเวณที่ทำการดูดไขมันแล้ว จะส่งผลทำให้ในผิวบริเวณที่ดูดไขมัน ออกไปดูเรียบเนียน และตึงกระชับขึ้น

a.ในกรณีที่นำมาไขมันมาเติมบริเวณหน้าอก ในช่วง 3 วันแรก ไม่ควรใส่ชุดชั้นใน ควรใช้ผ้าเทปพันบริเวณหน้าอกแทน
b.ในกรณีที่นำไขมันมาเติมบริเวณหน้าอก ห้ามใส่ชุดชั้นรัดบริเวณหน้าอก ควรใส่เป็นชุด Sport Bra หลวมๆ ประมาณ 3 เดือน หลังทำการผ่าตัด
c.ห้ามนวดหน้าอก หรือบีบหน้าอกแรงๆ ประมาณ 3 เดือน หลังการทำผ่าตัด

ศัลยแพทย์ของ MS clinic ทุกท่านได้รับการรับรองจากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่ง (Board of Plastic Surgery) ห้องบริการทุกห้องเป็นห้องสะอาดปลอดเชื้อและเครื่องมือทุกชิ้นของเราผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อที่เข้มงวดเพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด รวมถึงมาตรฐานการรักษาความสะอาดด้วยการใช้แผ่นกรองอากาศ HEPA Filter, เทคโนโลยี Lamina Airflow และห้องปลอดเชื้ออภายใต้แบบความดันบวก (Positive Pressure)  ท่านสามารถมั่นใจในความสะอาด ปลอดภัย ผ่อนคลาย และมีความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริงเมื่อท่านเข้ารับบริการ ที่ MS clinic

Translate »